Amornphat Method
ใช้ที่บ้านคืนนี้

3 คำถามชวนคุยหลังดู

ถามสามข้อ ฟังให้จบ

สารบัญ (8 หัวข้อ)

ที่บ้าน คือใครก็ตามที่ดูแลเด็ก ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย หรือญาติ

หน้านี้เขียนไว้ให้คนที่อยากคุยกับเด็กหลังดูสารคดี แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน และไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้พอ

ข่าวดีคือ ไม่ต้องรู้ ไม่ต้องมีคำตอบ ไม่ต้องอ่านอะไรเลย จำสามข้อนี้ได้ก็พอ

ดูอะไรก็ได้ ที่ไหนก็ได้

สารคดีเรื่องไหนที่ครบสี่ข้อก็ใช้ได้ คือ มีคนคัดมาให้และบอกได้ว่าเลือกเพราะอะไร บอกวัยที่ดูได้ มีคนตรวจแล้วว่าเป็นเรื่องจริง และรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังและแจ้งใครได้ถ้าพบว่าผิด หาดูได้จากที่ไหนก็ได้ เรื่องสัตว์ เรื่องคนทำงาน เรื่องวิทยาศาสตร์ เรื่องการสร้างของ ถ้าเด็กยังเล็ก เลื่อนดูคร่าว ๆ ก่อนสักครู่ จะได้เลือกเรื่องเบา และรู้ว่าตอนไหนควรบอกเด็กล่วงหน้า

ใครดูคนเดียวได้แค่ไหน เด็กอนุบาลควรมีคนนั่งดูด้วย เด็กโตกว่านั้นจะนั่งดูด้วยหรือไม่ก็ได้ ถ้ามีคนอยู่ในบ้านและเรียกได้ทันที

สามคำถาม

ข้อที่ 1 วันนี้เห็นอะไรที่แปลกใจที่สุด

ข้อที่ 2 ถ้าเป็นเราอยู่ตรงนั้น จะรู้สึกยังไง หรือจะทำอะไร

ข้อที่ 3 มีอะไรในเรื่องที่เหมือนหรือต่างจากบ้านเรา หรือจากสมัยที่พ่อแม่หรือปู่ย่าตายายยังเด็ก

ถามที่โต๊ะอาหารหรือที่ไหนก็ได้ ข้อไหนก็ได้ ไม่ต้องเรียงลำดับ ถ้าวันนี้มีเวลาน้อย ถามข้อเดียวก็พอ ถ้ามีเวลา ถามครบสามข้อ ใช้ภาษาที่บ้านใช้ได้เลย ภาษาถิ่นหรือภาษาแม่ก็ได้

ผู้ใหญ่กับเด็กนั่งที่โต๊ะ ผู้ใหญ่ชี้ที่แท็บเล็ต เด็กจดลงสมุดที่มีภาพวาดใบไม้

วิธีฟัง 4 ข้อ

  1. ให้เด็กตอบก่อน คนที่บ้านตอบทีหลังถ้าอยากตอบ คำตอบของคนที่บ้านคือการเล่าอีกมุมหนึ่งให้ฟัง ไม่ใช่การเฉลย
  2. ฟังจนจบ แล้วถามต่อได้อีกหนึ่งข้อ เลือกจาก "แล้วยังไงต่อ" "เห็นตรงไหนถึงคิดอย่างนั้น" หรือ "มีใครคิดต่างไปไหมนะ"
  3. ไม่ต้องบอกว่าถูกหรือผิด ไม่ต้องสรุปบทเรียน ไม่ต้องสอนต่อ แค่ฟังก็ได้ผลแล้ว
  4. ถ้าเด็กไม่ตอบ ไม่เป็นไร พูดว่า "งั้นพรุ่งนี้ลองดูใหม่นะ" แล้วจบแค่นั้น

ถ้าสิ่งที่เด็กพูดไม่ตรงกับในเรื่อง ไม่ต้องรีบแก้ ถามว่า "อยากดูตอนนั้นอีกทีไหม" หรือ "เห็นตรงไหน" ให้เด็กกลับไปตรวจกับสิ่งที่เห็นเอง

อยากให้เด็กเล่าต่อ ให้พูดว่า "ขอบคุณที่เล่านะ" และชมสิ่งที่เด็กทำ เช่น "ชอบที่หนูสังเกตเห็นตรงนั้น" เด็กที่ได้ยินคำชมแบบนี้มักจะกล้าเล่ามากขึ้น

ปรับตามวัย

  • อายุ 3 ถึง 5 ปี ถามข้อเดียว ให้เด็กชี้หรือวาดก็ได้ เช่น "ตัวไหนที่หนูชอบที่สุด" แล้วโยงกับของจริง "เหมือนแมวที่บ้านเราไหม" ถ้ามีคนนั่งดูอยู่ด้วยจะดีที่สุด
  • ชั้น ป.1 ถึง ป.6 ถามข้อไหนก็ได้ หรือถามครบสามข้อ
  • ชั้น ม.1 ถึง ม.3 ผลัดกันถามได้ เด็กถามกลับก็ได้ เช่น "ถ้าเป็นลุง จะเลือกแบบเดียวกันไหม" ตอบอย่างจริงใจ ไม่ต้องตอบให้ดูดี
  • ชั้น ม.4 ถึง ม.6 วัยนี้ชอบเป็นฝ่ายเริ่มเอง บอกเพียงครั้งเดียวว่า "ถ้าอยากเล่าเรื่องไหน เรายินดีฟังนะ" แล้วรอให้เด็กเข้ามาเล่า

สำหรับพ่อแม่ที่เวลาน้อย ใช้สามนาที

กลับถึงบ้านค่ำและเหนื่อยแล้ว ใช้สามนาทีนี้ได้ เป็นทางเลือกสำหรับวันที่มีเวลาน้อย วันปกติถามสามข้อด้านบนตามเดิม สามนาทีนี้นับรวมตั้งแต่ที่เด็กเล่าว่าดูเรื่องอะไร ต่างจากคำถามประจำวันในหน้า ที่บ้าน ซึ่งนับเฉพาะช่วงถาม ไม่เกิน 2 นาที

  1. หนึ่งนาที ให้เด็กบอกว่าวันนี้ดูเรื่องอะไร (เด็กโตกว่าอนุบาลไม่ต้องดูด้วยก็ได้)
  2. หนึ่งนาที ถามข้อเดียว เช่น "เห็นอะไรที่แปลกใจที่สุด"
  3. หนึ่งนาที ฟังโดยไม่ตัดสิน ไม่สรุปแทน

วันไหนเหนื่อย พักได้เลย พรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่

สำหรับปู่ย่าตายาย

ข้อที่ 3 มีค่ามากสำหรับท่าน เรื่องที่ท่านเล่าเกี่ยวกับสมัยที่ท่านยังเด็ก คือตัวอย่างชีวิตอีกชิ้นหนึ่งที่เด็กไม่ได้เจอจากจอ ไม่ต้องเล่าให้ถูกต้องครบ เล่าเท่าที่นึกได้ ถ้าอ่านหนังสือไม่คล่อง ไม่ต้องอ่านอะไรเลย จำสามข้อด้านบนไว้แล้วถามเด็กตรง ๆ

ถ้าท่านไม่รู้เรื่องที่เด็กดู พูดได้ว่า "ยายก็ไม่รู้เหมือนกัน เล่าให้ฟังหน่อย" นี่คือประโยคที่ดีที่สุด เด็กได้เป็นคนที่รู้

ถ้าทำงานไกลบ้าน ใช้วิดีโอคอลหรือฝากเสียง

  1. เด็กเล่าหนึ่งอย่างที่เห็นวันนี้
  2. คนที่บ้านถามหนึ่งข้อ
  3. คนที่บ้านบอกสั้น ๆ ว่าวันนี้ตัวเองเห็นหรือทำอะไร

ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีต่อสาย เป็นทางเลือกสำหรับวันที่มีเวลาน้อย ไม่ต้องดูเรื่องเดียวกับเด็ก ถ้าเวลาโทรไม่ตรงกัน ให้เด็กฝากข้อความเสียงทางแอปแชต แล้วฟังและตอบเสียงกลับ ถ้าสัญญาณไม่ดีหรือกลัวค่าอินเทอร์เน็ต ใช้ข้อความเสียงหรือโทรเสียงแทนวิดีโอ

การโทรสั้น ๆ แบบนี้ให้ความรู้สึกใกล้กันมาก เด็กได้เล่าให้คนที่คิดถึงฟัง และได้ฟังว่าคนที่ทำงานไกลบ้านใช้ชีวิตอย่างไร ถามสามข้อด้านบนก็เพียงพอแล้ว

ถ้าไม่มีใครอยู่บ้านด้วย

เด็กเล่าให้ใครก็ได้ฟัง เช่น พี่ เพื่อน ญาติที่โทรมา หรือวาดและเขียนลงสมุดของตัวเอง

อยากเริ่มเป็นลำดับ → คู่มือเริ่มต้น 14 วัน