Amornphat Method
สามคนก่อนหน้า

แรงบันดาลใจ

Shinichi Suzuki · Maria Montessori · Akira Miyawaki — แนวคิดของทั้งสามท่านถูกนำไปใช้กันทั่วโลก

สารบัญ (5 หัวข้อ)
เด็กหญิงเล่นไวโอลินที่โต๊ะ ข้างตัวมีของเล่นไม้ ใบไม้ และลูกโลก นอกหน้าต่างเป็นภูเขาและต้นไม้

Amornphat Method ไม่ได้เกิดขึ้นจากความว่างเปล่า แต่สร้างต่อจากหลักการที่คนสามคนนี้ใช้กันมาก่อน จนแพร่หลายเป็นที่ยอมรับ ในสามศาสตร์ที่ต่างกันสุดขั้ว คือการแพทย์และการศึกษา ดนตรี และป่าไม้ ทั้งสามคนมาบรรจบกันที่ความเชื่อเดียวกัน: จัดสภาพแวดล้อมที่ถูกต้องให้เพียงพอ แล้วปล่อยให้ระบบพัฒนาตัวเองจากภายใน

Maria Montessori (1870–1952)

Maria Montessori เกิดวันที่ 31 สิงหาคม 1870 ที่เมือง Chiaravalle ประเทศอิตาลี ในยุคที่ผู้หญิงแทบไม่มีที่ยืนในวงการวิทยาศาสตร์ พ่อของเธอไม่เห็นด้วยที่ลูกสาวจะเรียนสายวิทยาศาสตร์ แต่เธอฝ่าฝืนจนกลายเป็นหนึ่งในผู้หญิงกลุ่มแรกของอิตาลีที่จบปริญญาแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโรมในปี 1896 ก่อนศึกษาต่อด้านจิตวิทยาการทดลองและมานุษยวิทยา

จุดเปลี่ยนของเธอไม่ได้เกิดในห้องเรียนทั่วไป แต่เกิดตั้งแต่ปี 1900 เป็นเวลาสองปี ตอนที่เธอเป็นผู้อำนวยการ Orthophrenic School ซึ่งทำงานกับเด็กที่มีพัฒนาการช้า เธอทดลองใช้อุปกรณ์กระตุ้นประสาทสัมผัสจนเด็กกลุ่มนี้สอบผ่านมาตรฐานเดียวกับเด็กทั่วไปได้ ความสำเร็จที่ไม่มีใครคาดคิดนี้ทำให้เธอตั้งคำถามว่า ถ้าวิธีนี้ได้ผลกับเด็กที่มีข้อจำกัด จะเกิดอะไรขึ้นถ้าใช้กับเด็กทั่วไป

คำตอบมาถึงวันที่ 6 มกราคม 1907 เมื่อเธอเปิด Casa dei Bambini ("บ้านของเด็ก") ในย่านคนจน San Lorenzo กรุงโรม เธอจัดสภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ให้พอดีกับขนาดตัวเด็ก แล้วปล่อยให้เด็กเลือกกิจกรรมเอง สิ่งที่เธอไม่คาดคิดคือเด็กจากครอบครัวยากไร้เหล่านี้กลับจดจ่อกับงานที่เลือกเองได้นานผิดปกติ และเริ่ม "สอนตัวเอง" ผ่านการทำซ้ำ เธอสรุปเป็นหลักที่เรียกว่า "Follow the child" แปลว่า ตามเด็กไป ไม่ใช่นำเด็ก

หนังสือ The Montessori Method (1909) กลายเป็นหนังสือขายดีระดับโลก ทำให้ภายในปี 1911 วิธีของเธอแพร่ไปถึงโรงเรียนในอังกฤษ อาร์เจนตินา สวิตเซอร์แลนด์ และอีกหลายประเทศ ปี 1929 เธอกับลูกชาย Mario ก่อตั้ง Association Montessori Internationale (AMI) เพื่อรักษามาตรฐานวิธีการนี้ไว้ให้ทั่วโลก เธอได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถึงสามครั้งในบั้นปลายชีวิต ก่อนเสียชีวิตที่เนเธอร์แลนด์ วันที่ 6 พฤษภาคม 1952

ทุกวันนี้แนวทาง Montessori แพร่ไปทั่วโลก งานสำรวจทางวิชาการที่ตีพิมพ์ใน Journal of Montessori Research ปี 2022 นับโรงเรียน Montessori ที่ระบุตัวตนได้ทั่วโลกได้ 15,763 แห่ง

จุดเชื่อมกับ Amornphat Method: Montessori สังเกตว่าเด็กมีแรงขับภายในที่จะเรียนรู้เอง ถ้าได้รับสภาพแวดล้อมที่ถูกต้อง โดยไม่ต้องมีผู้ใหญ่มากำหนดว่าเด็กควรสนใจอะไร Amornphat Method ใช้หลักเดียวกันนี้ คือไม่บอกเป้าหมายชีวิตให้เด็ก แต่ป้อนตัวอย่าง (สารคดี) ให้มากพอ แล้วปล่อยให้เด็กเลือกทางของตัวเอง

Shinichi Suzuki (1898–1998)

Shinichi Suzuki เกิดวันที่ 17 ตุลาคม 1898 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น เป็นลูกของ Masakichi Suzuki เจ้าของโรงงานผลิตไวโอลินแห่งแรกของญี่ปุ่น เขาเติบโตท่ามกลางไวโอลินนับพันตัวในโรงงานของพ่อ แต่ไม่มีใครในบ้านสอนดนตรีให้อย่างจริงจัง เขาหัดเล่นไวโอลินด้วยตัวเองตอนวัยรุ่นโดยฟังแผ่นเสียงแล้วเลียนแบบ ก่อนไปเรียนกับครูในโตเกียว แล้วเดินทางไปศึกษาต่อที่เยอรมนี ที่นั่นเขาแต่งงานกับ Waltraud Prange นักร้องโซปราโนชาวเยอรมัน

จุดเปลี่ยนของ Suzuki เกิดขึ้นปี 1933 ไม่ได้เกิดในห้องซ้อมดนตรี แต่มาจากการสังเกตธรรมดาที่ไม่มีใครเคยตั้งคำถาม เขาพบว่า "เด็กญี่ปุ่นทุกคนพูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่อง" ทั้งที่ภาษาญี่ปุ่นซับซ้อน และไม่มีใครนั่งสอนไวยากรณ์ให้ทารก เด็กเรียนรู้ผ่านการฟังซ้ำ ๆ จากคนรอบตัวตั้งแต่เกิด แล้วค่อย ๆ พูดตามได้เอง Suzuki ตั้งคำถามว่า ถ้าเด็กทุกคนมี "พรสวรรค์" ทางภาษาได้ขนาดนี้ ทำไมจะมีพรสวรรค์ทางดนตรีในแบบเดียวกันไม่ได้ เขาจึงออกแบบวิธีสอนดนตรีให้เลียนแบบการเรียนภาษาแม่ คือให้เด็กฟังเพลงซ้ำ ๆ ตั้งแต่เล็ก มีพ่อแม่ร่วมเรียนไปด้วย และเริ่มเล่นก่อนอ่านโน้ตเป็น หลักที่เขายึดคือ "สร้างคุณธรรมก่อน ความสามารถเป็นเรื่องรอง" (character first, ability second)

ปี 1946 เขาไปที่เมืองมัตสึโมโตะและช่วยตั้งโรงเรียนดนตรี ซึ่งต่อมาในปี 1948 ใช้ชื่อ Talent Education Research Institute ปี 1964 คณะนักเรียนของเขาไปทัวร์สหรัฐฯ ครั้งแรก จนเกิดกระแสที่วงการดนตรีอเมริกันเรียกกันเองว่า "Suzuki Impact" และหนังสือ Ai ni Ikiru (1966 ฉบับอังกฤษชื่อ Nurtured by Love) ทำให้แนวคิดนี้แพร่ไปทั่วโลก

ปัจจุบันมีสมาคม Suzuki ระดับภูมิภาค 5 แห่งครอบคลุมเอเชีย ยุโรป-แอฟริกา-ตะวันออกกลาง แปซิฟิก อเมริกา และญี่ปุ่น มีครูที่ผ่านการอบรมกว่า 8,000 คน สอนเด็กรวมเกือบสองแสนห้าหมื่นคนทั่วโลก (ตัวเลขจาก International Suzuki Association) Suzuki เสียชีวิตวันที่ 26 มกราคม 1998 ที่มัตสึโมโตะ อายุ 99 ปี

จุดเชื่อมกับ Amornphat Method: หลักการเรียนรู้แบบ "ภาษาแม่" คือป้อนตัวอย่างที่ถูกต้องซ้ำ ๆ ให้มากพอในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ แล้วความสามารถจะก่อตัวขึ้นเองโดยไม่ต้องสอนตรง ๆ เหมือนที่เด็กไม่ได้ถูก "สอน" ให้พูดภาษาแม่ แต่ซึมซับจากตัวอย่างที่มากพอ Amornphat Method ใช้หลักเดียวกันนี้กับสารคดี แทนที่จะสอนเป้าหมายชีวิต ก็ป้อนตัวอย่างชีวิตที่หลากหลายให้มากพอ

Akira Miyawaki (1928–2021)

Akira Miyawaki เกิดวันที่ 29 มกราคม 1928 ที่จังหวัดโอกายามะ ประเทศญี่ปุ่น เขาเริ่มต้นเป็นนักวิชาการด้านนิเวศวิทยาพืชธรรมดาคนหนึ่ง ก่อนเดินทางไปเยอรมนีเพื่อศึกษาต่อ และเรียนรู้ทฤษฎี "พืชพรรณธรรมชาติศักยภาพ" (potential natural vegetation) ซึ่งเป็นแนวคิดที่ว่าทุกพื้นที่มีป่าดั้งเดิมแบบหนึ่งที่ "ควรจะเป็น" หากไม่ถูกรบกวน

เมื่อกลับญี่ปุ่นและมองผืนป่าด้วยมุมมองใหม่นี้ Miyawaki สังเกตเห็นสิ่งที่คนอื่นมองข้ามมานาน คือป่าเล็ก ๆ ที่ขึ้นรกอยู่รอบศาลเจ้าชินโตและวัดทั่วประเทศ ชาวบ้านเรียกว่า "ชินจุโนะโมริ" (鎮守の森 / chinju no mori) เป็นป่าศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีใครกล้าตัดเพราะความเชื่อทางศาสนา แท้จริงแล้วป่าเหล่านี้คือเศษซากป่าดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่รอดพ้นจากการพัฒนาเมืองมานับพันปี ต่างจากต้นไม้ประดับตามถนนหรือสวนสาธารณะ ซึ่งเป็นพันธุ์นำเข้าที่ไม่ทนทานและไม่ได้ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศจริง Miyawaki ศึกษาโครงสร้างชั้นพืชของป่าศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ (ไม้ยืนต้นหลัก ไม้รอง ไม้พุ่ม พืชคลุมดิน) แล้วพัฒนาเป็นวิธีปลูกป่าที่ใช้กล้าไม้พันธุ์พื้นถิ่นหลายชนิด ปลูกถี่ในพื้นที่เล็ก เลียนแบบโครงสร้างป่าธรรมชาติ ผู้ริเริ่มรายงานว่าป่าที่ได้ฟื้นตัวเร็วกว่าและมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงกว่าการปลูกป่าแบบเดิม วิธีนี้รู้จักกันในชื่อ "Miyawaki Method"

เขาทำงานที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติโยโกฮามา (Yokohama National University) นานกว่า 30 ปี ตั้งแต่ตำแหน่งอาจารย์ปี 1961 เป็นศาสตราจารย์ปี 1973 และผู้อำนวยการสถาบันช่วงปี 1985-93 ก่อนย้ายไปนำ Japanese Center for International Studies in Ecology (JISE) ต่อจนถึงบั้นปลายชีวิต ผลงานของเขาได้รับรางวัล Blue Planet Prize ปี 2006 ซึ่งเป็นหนึ่งในรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมที่ทรงเกียรติที่สุดของโลก วิธีของ Miyawaki ถูกนำไปใช้ปลูกป่าขนาดเล็กในเมืองทั่วญี่ปุ่น และขยายไปยังหลายประเทศทั้งในเอเชีย แอฟริกา อเมริกาใต้ และยุโรป กลายเป็นกระแส "ป่าจิ๋ว" (pocket forest / tiny forest) ที่เมืองต่าง ๆ ทั่วโลกใช้ฟื้นฟูพื้นที่รกร้างในปัจจุบัน Miyawaki เสียชีวิตปี 2021 ด้วยวัย 93 ปี

จุดเชื่อมกับ Amornphat Method: Miyawaki ปลูกพันธุ์พื้นถิ่นหลากชนิดให้แน่นพอ โดยเลียนโครงสร้างป่าธรรมชาติ Amornphat Method ใช้หลักคิดเดียวกัน คือเชื่อว่าการป้อน "ตัวอย่างที่หลากหลายมากพอ" สำคัญกว่าการชี้นำเป้าหมายเดียว เพราะเมื่อให้เด็กแต่ละคนเลือกเอง เป้าหมายชีวิตของตัวเองจะค่อย ๆ ชัดขึ้นจากภายใน

หมายเหตุ

สามคนนี้เป็นต้นทางความคิดที่ Amornphat Method นำหลักการมาต่อยอด ไม่ได้อ้างว่าเทียบเท่ากับทั้งสามท่าน Amornphat Method ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร Suzuki Method (International Suzuki Association และ Talent Education Research Institute) และไม่ได้รับการรับรองจากองค์กรเหล่านั้น ชื่อ Suzuki Method อ้างถึงในฐานะต้นทางความคิดเท่านั้น

แหล่งอ้างอิง

Maria Montessori

Shinichi Suzuki

Akira Miyawaki

กลับไปอ่านหลักการพร้อมจะเริ่มหรือยัง